วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2561
5.1 ความสำคัญของวินัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย
วินัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อย
แบบทดสอบก่อนเรียน
https://goo.gl/forms/ffHVdnAK2PE2Rgtv2
วินัยมีความจำเป็นอย่างไร
การประกอบกิจกรรมทุกอย่างหรือการฝึกอบรมทุกประเภทที่ทำกับคนหมู่มาก
ถ้าขาดวินัยเสียแล้วก็เท่ากับเป็นการล้มเหลวทุกสิ่งทุกอย่างโดยสิ้นเชิง ลูกเสือที่มีระเบียบวินัย เชื่อฟังปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ย่อมที่จะเป็นพลเมืองดีในอนาคต
ลูกเสือที่ได้รับการฝึกอบรมอย่างดีสามารถเป็นผู้นำได้ เพราะว่าเป็นคนที่รักษาสัตย์ ประพฤติตนตากฎกติกา เป็นคนมีน้ำใจเมตตาอารี เสียสละ
สิ่งเหล่านี้ย่อมติดตัวไปเป็นนิสัยเกิดขึ้นในตัวเองตลอดเวลา วินัยจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากในกองลูกเสือ
คนที่มีคุณภาพควรได้รับการฝึกฝนให้มีระเบียบวินัย
ทำให้รู้จักการทำตนเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ที่เป็นหัวหน้า หรือทำตนในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาเป็นแบบอย่างที่ดีได้
ซึ่งจะนำประโยชน์มาให้ตนทั้งในด้านส่วนตัวและหน้าที่การงาน วินัยมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่สร้างและส่งเสริม เยาวชนจะได้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
ตั้งแต่ยังอยู่ในเยาว์วัยเมื่อเติบใหญ่จะเป็นกำลังสำคัญช่วยพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป
วินัย มี
2 ประการ
ก. วินัยภายนอก
ซึ่งเกิดจากการให้กระทำหรืองดเว้นการกระทำในการฝึกอบรมต้องเข้มงวดตามลักษณะ หรือกิจการแต่ละประเภท
เพื่อที่จะให้ปฏิบัติจนเกิดลักษณะนิสัยวินัยภายนอกไม่ยั่งยืนอยู่ได้นาน หากว่าผู้ที่ไม่พอใจก็อาจละเลย หรือวางเฉย
เมื่อไม่มีการกำหนดไว้
หรือไม่มีใครรู้เห็น
ข. วินัยภายใน
เป็นที่พึงประสงค์เพราะเป็นวินัยที่จะปฏิบัติด้วยความเต็มใจ เพราะเห็นคุณค่า
การฝึกอบรมจึงต้องเน้นหนักในการสร้างวินัยภายใน
ด้วยการกวดขันการประพฤติปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
วินัยภายในเป็นสิ่งที่ต้องการให้มีอยู่ในทุกตัวตน
5.3 แนวทางการเสริมสร้างวินัยและความเป็นระเบียบ
การสร้างวินัยในตนเอง
วินัยนั้นเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ สังคมมนุษย์จำเป็นต้องมีวินัยเพื่อทำให้เกิดระบบระเบียบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสงบสุข และความเจริญก้าวหน้าแก่ชีวิตและสังคม วินัยนั้นก่อนอื่นต้องเริ่มจากตนเองก่อนเป็นอันดับแรก
.....คนที่มีวินัยต่อตนเองคือ
เมื่อจิตสำนึกของคุณ
บอกให้ทำอะไรบางอย่างแล้ว
คุณไม่โต้เถียงมัน...
เมื่อจิตสำนึกของคุณ
บอกให้ทำอะไรบางอย่างแล้ว
คุณไม่โต้เถียงมัน...
วินัยในตนเอง หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการควบคุมอารมณ์และพฤติกรรม โดยเกิดจากความรู้สึกมองเห็นคุณค่าในการปฏิบัติด้วยตนเอง มิได้เกิดจากอิทธิพลภายนอก เช่น ระเบียบ คำสั่ง การบังคับ ถึงแม้จะมีอุปสรรคก็ยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมนั้น
การสร้างวินัยให้ตนเอง
คุณลักษณะของผู้ที่มีวินัยในตนเอง
1. มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่หลอกลวงตนเองและผู้อื่น
2. มีความรับผิดชอบ ความตั้งใจที่จะทำงานและติดตามผลงานที่ได้กระทำแล้ว
3. เคารพในสิทธิของผู้อื่น
4. มีระเบียบและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม
5. มีลักษณะมุ่งอนาคต
6. มีความเป็นผู้นำ สามารถนำ ชักจูง แก้ปัญหา และดำเนินกิจกรรมของกลุ่มไปสู่เป้าหมายที่กำหนด และรับผิดชอบต่อกลุ่มได้
7. มีความตรงต่อเวลา รู้จักกาลเทศะ
8. มีความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่ออำนาจภายในตนเอง
9. มีความอดทนขยันหมั่นเพียร มีจิตใจเข้มแข็งไม่ยอมแพ้อุปสรรคที่เกิดขึ้น
10. รู้จักเสียสละและมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
11. ยอมรับการกระทำของตน
การฝึกหัด มีวิธีการดังนี้
1 มีกฎเกณฑ์ในชีวิตประจำวัน เช่น การทำอะไรเป็นเวลา และสม่ำเสมอ มิให้ขาดเป็นต้น
2.ต้องหลีกเลี่ยงการคบอย่างใกล้ชิดกับผู้ที่ขาดระเบียบวินัย เพราะอาจจูงใจให้เกิดการกระทำอะไรนอกกฎเกณฑ์และระเบียบที่ดีได้
3.การทำกิจการงานใดไม่ว่าเล็กน้อยหรือใหญ่ ควรฝึกให้เป็นระเบียบ ไม่ยุ่งเหยิงสับสน ควรตระหนัก27 ข้อปฏิบัติ เพื่อหยุดนิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง
4. เสมอว่ามีระเบียบเป็นเครื่องแสดงถึงความเจริญของจิตใจ
27 ข้อปฏิบัติ เพื่อหยุดนิสัยชอบผัดวันประกันพรุ่ง
1. จุดที่ยากที่สุดคือการเริ่มต้น
2. ให้จดบันทึกระยะเวลาที่ต้องใช้ไปในการทำงานแต่ละชิ้น
3. การฝึกที่จะแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อย ๆ
4.ฝึกให้รู้สึกเสมอว่า ขั้นตอนต่างๆ ที่คุณกำหนดไว้ “ต้องเป็นไปตามแผน”
5.จำไว้ว่า แม้เวลาเพียงแค่ 5 นาที ก็อาจจะทำงานอะไรบางอย่างได้เสร็จสิ้น
6. หากคุณรู้สึกว่า ไม่ค่อยจะมีเวลาเลย ให้ลองตื่นเช้าสักครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง หากว่าคุณต้องการตื่นมาวิ่งออกกำลังกายและหากทำได้ คุณจะพบว่าจริงๆ แล้วคุณยังมีเวลาเหลืออีกพอสมควรเลยทีเดียว
7. หัดจัดสถานที่ทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จะทำให้คุณประหยัดเวลาได้มากและทำงานได้เร็วขึ้น
8. พยายามเอาสิ่งไม่จำเป็นออกไปให้พ้นจากบริเวณที่จะทำงาน
9.ในบางครั้ง เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเริ่มทำงานจากส่วนแรกเสมอไปหากว่าพิจารณาดูแล้ว พบว่ามันค่อนข้างยาก เราอาจจะข้ามไปทำส่วนที่ง่ายกว่าก่อนก็ได้
10. แต่ในทางกลับกัน คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับชอบที่จะทำงานส่วนที่ยากที่สุดเสียก่อน เพราะรู้สึกว่า หากทำส่วนที่ยากไปเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ก็คงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
11. ฝึกที่จะกำหนดเส้นตายให้กับตัวเอง ในการทำงานแต่ละชิ้น
12. หัดบอกคนอื่นเกี่ยวกับเส้นตายนั้นๆ ที่คุณได้กำหนดขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นได้อีกทางหนึ่ง เพราะหากคุณทำไม่เสร็จตามที่บอกไว้ก็จะทำให้ไม่กล้าสู้หน้าคนที่คุณเคยบอกไว้นั่นเอง
13. พยายามบอกกับตัวเองว่า “หากทำงานไม่เสร็จภายใน 5 โมงเย็น ก็จะต้องยกเลิกแผนการทั้งหมดสำหรับคืนนี้” วิธีค่อนข้างได้ผลดีกับคนส่วนใหญ่
14.สำหรับทุกๆ เส้นตายที่กำหนดไว้ หากคุณทำได้ตามนั้นก็อย่าลืมที่จะให้รางวัลกับตัวเอง
15.พยายามทำงานทันทีที่มาถึงมือคุณ ยิ่งทำได้มากเท่าไหร่ โอกาสที่งานใดๆ จะเสร็จล่าช้าก็แทบจะไม่มีอีก
16.ลองถามตัวเองว่า “ยังมีวิธีอื่นที่ง่ายกว่าหรือเปล่า?” บางครั้งคุณอาจจะทำให้งานใดๆ ยากกว่าที่มันเป็นจริง เช่น การจัดงานเลี้ยง คุณอาจจะเลือกที่จะทำของหวานที่ยุ่งยากแทนที่จะเลือกใช้ผลไม้ที่ลดขั้นตอนไปได้อีกมาก
17. ถามตัวเองว่า “สิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นหากเราลงมือทำอะไรไปสักอย่างคืออะไร?” เช่น การที่คุณเลือกที่จะใช้เวลาในวันเสาร์ทั้งวันหมดไปกับการทำงานให้เสร็จ แต่ก็ดีกว่าการที่ต้องมานั่งกังวลมากกว่าว่าจะทำเสร็จหรือไม่ ในวันอาทิตย์เพียงวันเดียว
18.ไม่ต้องทำอะไรเลย! นั่งลง แล้วเอางานมากองไว้ตรงหน้าสัก 15 นาที ทำสมาธิแล้วจึงลงมือทำงาน
19. เชื่อความรู้สึกของคุณ เมื่อใดก็ตามที่มีความรู้สึกว่าถูกกระตุ้นให้รีบใช้พลังงานตรงนี้ในการทำงานให้สำเร็จ คนบางส่วนมักจะหัวเราะเยาะคนที่ใช้ความโกรธเป็นแรงกระตุ้นให้ทำงาน หากแต่ความจริงเราจะรู้สึกดีขึ้น หากได้ระเบิดพลังงานส่วนเกินออกไป
20.หาเหตุผลที่เหมาะสมที่จะมาเป็นตัวกระตุ้นตัวคุณเอง
21. มองโลกในแง่ดี ตัวอย่างเช่น หากพ่อคุณโทรฯ มาบอกว่าท่านจะมาหาคุณช้ากว่าที่นัดไว้ราวครึ่งชั่วโมง ให้ใช้เวลาช่วงที่รอนั้นทำงานอะไรก็ได้ที่เหมาะสม
22.ให้คิดเสมอว่าอาจจะเกิดปัญหาใดๆ ได้เสมอ เช่น หากคุณไปเที่ยวและในขากลับลูกคุณเกิดป่วยขึ้นมา ก็อาจจะทำให้คุณต้องล่าช้าไปบ้าง ทางที่ดีคุณจึงควรเริ่มทำอะไรก็ตามเสียก่อนเวลาที่กำหนดไว้เล็กน้อย
23. หากคุณเป็นบุคคลจำพวกที่มักรู้สึกกังวลเมื่อทำงานใกล้จะเสร็จ ให้คิดว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครที่ทำทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบ
24. หากได้สัญญาไว้กับใครว่าจะให้คำตอบในเรื่องใดๆ แล้วคุณยังไม่ได้ทำการตัดสินใจ ให้โทรฯ หรือส่งข่าวไปแจ้งให้บุคคลนั้นๆ ทราบว่า “คุณยังไม่ได้ตัดสินใจ” ซึ่งจะทำให้ไม่รู้สึกว่าผิดคำพูด
25. นึกไว้ว่าคุณไม่ใช่บุคคลเดียวที่ทำงานได้ดี ดังนั้นให้รู้จักแบ่งงานให้คนอื่น หรือจ้างให้ใครมาทำงานส่วนที่ต้องการแทนที่จะทำเองทั้งหมด หรืออาจทำการต่อรองกับเพื่อน เช่น หากเธอมาช่วยจัดการแฟ้มเอกสารให้ คุณก็จะช่วยติดตั้งคอมพิวเตอร์ให้
26.ใช้เวลาสำหรับการพักผ่อนเพื่อการพักผ่อนเสมอ คนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งมักจะใช้เวลาที่ควรจะพักผ่อนไปทำงาน ด้วยความกังวลว่า พรุ่งนี้จะมีเวลาพอที่จะมาทำงานหรือเปล่า?
27. บางครั้งการผัดผ่อนก็มีเหตุผลในตัวมันเอง เช่น การที่คุณยังไม่ส่งโบว์ชัวร์ที่ท่องเที่ยวไปให้เพื่อนตามที่ได้สัญญาไว้ ก็อาจเป็นเพราะคุณยังไม่พร้อมที่จะเดินทางไปไหนในช่วงนี้
การมีวินัยในตนเองถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการพัฒนาตนเองและเมื่อเราปฏิบัติบ่อยๆอาจทำให้เกิดเป็นนิสัยที่มีระเบียบวินัยและเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตที่จะนำไปสู่ความประสบความสำเร็จในอนาคต
แบบทดสอบหลังเรียน
https://goo.gl/forms/ffHVdnAK2PE2Rgtv2
8.6 การสรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการเพื่อเสนอต่อที่ประชุม
หลังจากที่ผู้เรียนได้ปฏิบัติตามโครงการเรียบร้อยแล้ว
จะต้องสรุปผลการดำเนินงาน ว่าเป็นอย่างไร ดังนั้น การสรุปผลการำดำเนินงานควรประกอบด้วยเนื้อหาที่สำคัญ
ดังต่อไปนี้
1.
ผลการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
หรือผลที่เกิดขึ้นตาม“ผลที่ คาดว่าจะได้รับ” ที่เขียนไว้ในโครงการ
2.
ปัญหา และอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงานตามโครงการ
โดยให้ระบุ ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นพร้อมแนวทางแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหา
หรืออุปสรรคเหล่านั้น เกิดขึ้นอีก
3.
ข้อเสนอแนะ
เป็นการเขียนข้อเสนอแนะแนวทางเพื่อจะทำให้การปฏิบัติงาน โครงการในครั้งต่อไป
ประสบผลสำเร็จได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ การสรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการ เพื่อน
าเสนอผลต่อที่ประชุม สามารถจัดทำได้ตามองค์ประกอบ ดังนี้
1. ส่วนนำ เป็นส่วนแรกของรายงาน
ซึ่งควรประกอบด้วย
1. ปก ควรมีทั้งปกนอก
และปกใน ซึ่งมีเนื้อหาซ้ำกัน
2. คำนำ หลักการเขียนคำนำที่ดีจะต้องทำให้ผู้อ่านเกิดความสนใจ
ต้องการที่จะ อ่านเนื้อหาส่วนต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในรายงาน
3.สารบัญ หมายถึง
การระบุหัวข้อสำคัญในเล่มรายงาน โดยต้องเขียนเรียงลำดับ ตามเนื้อหาของรายงาน
พร้อมระบุเลขหน้า
2.
ส่วนเนื้อหา ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้
1. หลักการและเหตุผลของโครงการ
หรือความเป็นมาและความสำคัญของโครงการ
2. วัตถุประสงค์
3. เป้าหมายของโครงการ
4. วิธีดำเนินการ
หรือกิจกรรมที่ได้ดำเนินงานตามโครงการ เป็นการเขียนถึงขั้นตอน การดำเนินงานโครงการแต่ละขั้นตอนตามที่ได้ปฏิบัติจริง
ว่ามีการดำเนินงานอย่างไร
5. ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการ
เป็นการเขียนผลการดำเนินงาน ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานโครงการ
6. ข้อเสนอแนะจากการดำเนินงานโครงการ
(เป็นการเสนอความคิดเห็นที่เป็น ประโยชน์ต่อผู้อ่าน หรือต่อการดำเนินงานโครงการในครั้งถัดไป)
7. ภาคผนวก (ถ้ามี) เช่น
รูปภาพจากการดำเนินงานโครงการ แบบสอบถาม หรือเอกสารที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานโครงการ
เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อจัดทำรูปเล่มรายงานผลการดำเนินงานโครงการเสร็จสิ้นแล้ว ให้นำ
รูปเล่มรายงานส่ง/เสนอต่อผู้ที่อนุมัติโครงการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน โครงการต่อไป นอกจากนี้ การเสนอผลการดำเนินงานโครงการ
บางหน่วยงาน หรือบางโครงการ ผู้อนุมัติโครงการ
อาจมีความประสงค์ให้ผู้รับผิดชอบโครงการน าเสนอโครงการในลักษณะของ การพูด สื่อสาร
ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ผู้รับผิดชอบโครงการหรือผู้นำเสนอ จึงควรมีการ เตรียมความพร้อมและปฏิบัติ
ดังนี้
1. ผู้นำเสนอควรมีการสำรวจตนเองเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับตนเอง
ทั้งใน เรื่องของบุคลิกภาพ การแต่งกายที่เหมาะสม และการทำความเข้าใจกับเนื้อหาที่จะนำเสนอ
เป็นอย่างดีหากมีผู้นำเสนอมากกว่า 1 คน
ควรมีการเตรียมการโดยการแบ่งเนื้อหารับผิดชอบ ในการนำเสนอ เพื่อให้การน
าเสนอเกิดความต่อเนื่อง ราบรื่น
2. กล่าวทักทาย/สวัสดีผู้ฟัง
โดยเริ่มกล่าวทักทายผู้อาวุโสที่สุด แล้วเรียงลำดับ รองลงมา จากนั้นแนะนำตนเอง แนะนำสมาชิกในกลุ่ม
และแนะนำชื่อโครงการ
3. พูดด้วยเสียงที่ดัง
อย่างเหมาะสม ไม่เร็ว และไม่ช้าเกินไป
4. หลีกเลี่ยงการอ่าน
แต่ควรจดเฉพาะหัวข้อสำคัญ ๆ เพื่อใช้เตือนความจำใน ขณะที่พูดรายงาน โดยผู้นำเสนอควรจัดความคิดอย่างเป็นระบบ
และนำเสนออย่างตรงไปตรงมา ด้วยภาษาที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายเป็นธรรมชาติ
5. ผู้นำเสนอควรรักษาเวลาของการนำเสนอ
โดยไม่พูดวกไปวนมาหรือพูดออก นอกเรื่องจนเกินเวลา
6. รู้จักการใช้ท่าทางประกอบการพูดพอสมควร
7. ควรมีสื่อประกอบการนำเสนอ
เพื่อให้การนำเสนอมีความน่าสนใจ น่าเชื่อถือ และเพื่อความสมบูรณ์ในการนำเสนอผลการดำเนินงานโครงการ และควรเปิดโอกาสให้ผู้ฟัง ได้ซักถามเพิ่มเติม
เพื่อความเข้าใจในกรณีที่ผู้ฟังมีข้อสงสัย
แบบทดสอบหลังเรียน
https://goo.gl/forms/VtDBFlhcnzZSkdfB2
5.2 ผลกระทบจากการขาดวินัย
โทษของการขาดความรับผิดชอบ
ในการทำงานใดใดก็แล้วแต่ความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
การที่คนเราไม่มีความรับผิดชอบมันจะเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวทั้งหมด
ลองคิดดูถ้าหากคนทุกคนในบ้านซึ่งเป็นหน่วยเล็กของประเทศต่างขาดความรับผิดชอบในบทบาท และหน้าที่ของตนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
จากสังคมครอบครัวสู่สังคมโรงเรียน ชุมชนและประเทศชาติ
ถ้าทุกคนละเลยและไม่รับผิดชอบในหน้าที่ของตนจะเกิดอะไรขึ้น สังคมคงจะวุ่นวาย
ขาดระเบียบ ทุกอย่างไม่เป็นไปตามระบบและไม่บรรลุจุดมุ่งหมายที่วางหรือคาดหวังไว้คนที่ขาดความรับผิดชอบ
ย่อมจะไม่เป็นที่ต้องการและไม่ได้รับความไว้วางใจในการทํางานสําคัญใดๆจากเพื่อนร่วมงานทั้งยังได้รับคำ
ตําหนิในการทํางาน ทำให้บุคคลนั้นกลายเป็นคนเฉื่อยชา ขาดความกระตือรือร้น
ไม่สามารถแก้ไขอุปสรรคใดๆได้ ต้องพึ่งผู้อื่นอยู่เสมอ กลายเป็นคนไม่มีความสามารถ
และไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง อีกทั้งคนที่ขาดความรับผิดชอบ
มักจะทํางานใดๆไม่บรรลุจุดหมาย
ไม่ทันเวลาแถมยังเป็นตัวถ่วงทำให้ผู้อื่นไม่สามารถสานงานต่อจากผู้ที่ไม่รับผิดชอบได้
การขาดความรับผิดชอบนอกจากจะทำให้งานไม่เสร็จทันเวลาแล้ว
ยังเป็นการบ่มเพาะนิสัยไม่รับผิดชอบจนกลายเป็นความ
เคยชินทำให้ตนเองขาดความก้าวหน้าในชีวิตและสังคม
ทําให้สังคมวุ่นวายไม่เรียบร้อย
ไม่มีระเบียบและอาจจะไม่มีใครอยากร่วมงานด้วยเพราะคนที่ไร้ความรับผิดชอบจะเป็นตัวถ่วงในการทำงานต่างๆเสมอ
ส่งผลให้งานไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนดส่งและอาจทำให้งานไม่เรียบร้อยอีกด้วย
การที่เป็นคนขาดความรับผิดชอบนั้น
ส่งผลให้คนรอบข้างหรือผู้คนในสังคม มองคนที่ขาดความรับผิดชอบในทางที่ไม่ดี
และในอนาคตหากคนที่ไม่รับผิดชอบต้องไปทำงานในหน่วยงานใหญ่หรือองค์กรใหญ่ๆเช่น
ประเทศชาติย่อมส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและด้านอื่นๆ
ประเทศชาติจะต้องเสียผลประโยชน์ ไม่พัฒนากลายเป็นประเทศล้าหลัง
ขาดพันธมิตรเป็นต้น
คนที่ขาดความรับผิดชอบจะไม่มีใครเชื่อถือ
ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยว กลายเป็นคนที่สังคมรังเกียจ
ขาดเพื่อนทำให้เขาอยู่ในสังคมอย่างไม่มีความสุขซึ่งอาจจะก่อให้เกิดเป็นปัญหาสังคมได้ในภายหลัง
ทั้งนี้คนที่ขาดความรับผิดชอบแล้วไม่รู้จักพัฒนาหรือปรับปรุงตนเอง
สุดท้ายแล้วก็จะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตและหน้าที่การงาน
ดังนั้นเราจึงควรฝึกความรับผิดชอบตั้งแต่ในวัยเยาว์เพื่อเป็นรากฐานและเป็นนิสัยติดตัวไปตลอดชีวิตจะได้ไม่ก่อให้เกิด
ปัญหาหรือเป็นตัวถ่วงผู้อื่น
เมื่อเรารู้จักรับผิดชอบในงานของตน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย
ฉะนั้น เราจะเห็นได้ว่า
การขาดความรับผิดชอบของคนเพียงคนเดียวจะส่งผลกระทบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
ยิ่งถ้าเป็นหน่วยงานหรือองค์กรใหญ่ๆความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะมากขึ้นตามลำดับ
เราจึงควรตระหนักอยู่เสมอว่า ความรับผิดชอบคือหัวใจสำคัญที่จะต้องมีอยู่ในตัวของทุกๆคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
ยิ่งถ้าหากว่าเรามีหน้าที่หรือตำแหน่งที่ใหญ่โตเราต้องยิ่งตระหนักถึงความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนมากกว่าผู้น้อยหลายร้อยเท่า
เพราะถ้าเราขาดความรับผิดชอบในบทบาทและหน้าที่ของตนแล้วนั้น ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นคงประเมินค่ามิได้
ความรับผิดชอบจึงเป็นจุดเริ่มต้นลำดับแรกๆที่จะนำพาและบ่มเพาะนิสัยอื่นๆในทางที่ดีให้แก่ผู้ที่รู้จักรับผิดชอบ
ให้เขาประสบความสำเร็จในด้านต่างๆทั้งหน้าที่การงานและชีวิต
ทั้งยังเป็นต้นแบบให้ลูกหลานได้ยึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างต่อไป
โทษของการขาดความรับผิดชอบ
สถานการณ์ปัจจุบันปัญหาเด็กในสังคมไทยนับวันจะรุนแรงมากขึ้นระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่แข่งขันกันอย่างเสรีต่อสู้กันทางการตลาด
กระตุ้นและเร่งเร้าให้ผู้คนนิยมการบริโภคผ่านสื่อ
เทคโนโลยีต่างๆรวมทั้งวัฒนธรรมในยุคโลกาภิวัตน์ทำให้โครงสร้างของสังคมไทยอ่อนแอ
ต้นทุนทางสังคม ศาสนาภูมิปัญญาท้องถิ่น
วัฒนธรรมไทยที่เป็นเอกลักษณ์แสดงให้เห็นความเป็นตัวตนของไทยถูกละเลยและถูกปฏิเสธจากเด็กและเยาวชน
เด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งจึงได้รับการหล่อหลอมจากบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม
ส่งผลให้เยาวชนมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีงาม
มีค่านิยมที่ไม่พึงประสงค์ ขาดคุณธรรม จริยธรรมในเรื่องความรับผิดชอบ
ขาดระเบียบวินัย ความขยันหมั่นเพียรและความซื่อสัตย์
พ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาอบรมเลี้ยงดูบุตรหลาน
สถาบันครอบครัวเปลี่ยนแปลงไปตามโลกาภิวัตน์
ทำให้ความสัมพันธ์ของครอบครัวลดน้อยลง
ขาดการเอาใจใส่และละเลยในการปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของสังคมไทยให้กับเยาวชนเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก
การศึกษามีหน้าที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนตนในชาติปลูกฝังและสร้างความรับผิดชอบให้เกิดขึ้นกับเยาวชนด้วยกระบวนการทางการศึกษาเพื่อลดปัญหาและเพิ่มความสุขให้เกิดขึ้นสังคมความรับผิดชอบ
เป็นลักษณะของความเป็นพลเมืองที่ดีที่สำคัญอย่างหนึ่ง
ความรู้สึกรับผิดชอบเป็นลักษณะนิสัยและทัศนคติของบุคคลซึ่งเป็นเครื่องผลักดันให้เกิดการปฏิบัติตามระเบียบ
เคารพสิทธิของผู้อื่น ทำตามหน้าที่ของตนเองและมีความซื่อสัตย์สุจริต
การที่บุคคลมีความรับผิดชอบจะช่วยทำให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเป็นไปด้วยความราบรื่น
สงบสุข นอกจากนี้ความรับผิดชอบยังเป็นคุณธรรมที่สำคัญในการพัฒนาประเทศหากคนในชาติขาดความรับผิดชอบย่อมเกิดผลเสียมากมาย ดังนี้
1.คนที่ขาดความรับผิดชอบย่อมทำงานทุกอย่างไม่สำเร็จตามเป้าหมายและไม่ทันเวลา
2.คนที่ขาดความรับผิดชอบย่อมขาดความน่าเชื่อถือ
ไม่ได้รับการยกย่องและยอมรับจากผู้อื่น
3.คนที่ขาดความรับผิดชอบจะทำให้ตนเองเสื่อมเสียและสังคมเสียหาย
4.คนที่ขาดความรับผิดชอบย่อมไม่ได้รับความไว้วางใจในการทำงานสำคัญใดๆและมักจะได้รับคำตำหนิในการทำงาน
5.คนที่ขาดความรับผิดชอบจะเป็นคนเฉื่อยชา
ไม่สามารถแก้ไขอุปสรรคใดๆได้ ต้องพึ่งผู้อื่นอยู่เสมอ กลายเป็นคนไม่มีความสามารถและไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
6.คนที่ขาดความรับผิดชอบไม่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าในสังคม
ทำให้สังคมวุ่นวายไม่เรียบร้อย ไม่มีระเบียบ
7.คนที่ขาดความรับผิดชอบจะเป็นคนที่ขาดการวางแผนที่ดี
8.คนที่ขาดความรับผิดชอบ จะกลายเป็นคนไม่มุ่งมั่น ไม่มีเป้าหมายในการทำงาน
ขาดความกระตือรือร้น เป็นคนขี้เกียจ
ทำให้ไม่เจริญในหน้าที่การงาน
9.คนที่ขาดความรับผิดชอบ จะเป็นคนที่ไม่มีมนุษย์สัมพันธ์กับทุกคน
ทำให้อยู่ในสังคมอย่างไม่มีความสุข
10.คนที่ขาดความรับผิดชอบ
ย่อมไม่มีทางประสบความสำเร็จในชีวิตและทุกๆเรื่อง
11.คนที่ขาดความรับผิดชอบ จะไม่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบต่างๆได้
12.คนที่ขาดความรับผิดขอบ จะกลายเป็นคนไม่ตรงต่อเวลา
13.คนที่ขาดความรับผิดชอบ จะเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย
14.คนที่ขาดความรับผิดชอบ จะกลายเป็นคนไม่ซื่อสัตย์
ไม่ซื่อตรงทั้งต่อตนเองและสังคม
15.คนที่ขาดความรับผิดชอบ จะเป็นคนที่ไม่มีศักยภาพในตนเอง
16.เกิดความเสียหายต่อการงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ
17.ไม่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของสังคม 18.กลายเป็นคนขี้กลัวไม่มั่นใจในตนเอง 19. ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต และหน้าที่การงาน
20. คนที่ขาดความรับผิดชอบ
ย่อมจะไม่ได้รับความไว้วางใจในการทำงานสำคัญใดๆและมักจะได้รับคำตำหนิในการทำงาน
21. คนที่ขาดความรับผิดชอบ
จะเป็นคนเฉื่อยชาไม่สามารถแก้ไขอุปสรรคใดๆได้ ต้องพึ่งผู้อื่นอยู่เสมอ
กลายเป็นคนไม่มีความสามารถ และไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
22. คนที่ขาดความรับผิดชอบ
มักจะทำงานใดๆไม่บรรลุจุดหมาย ไม่ทันเวลา
23. คนที่ขาดความรับผิดชอบ
ไม่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าในสังคม ทำให้สังคมวุ่นวายไม่เรียบร้อย ไม่มีระเบียบ บทสรุป เราะจะเห็นได้ว่า ความรับผิดชอบมีความสำคัญต่อการปฏิบัติงาน
และการดำรงชีวิต ดังนั้นจำเป็นจะต้องพัฒนากำลังพลให้เป็นผู้มีความรับผิดชอบ
โดยการหาแนวทางส่งเสริมหรือสร้างความรับผิดชอบในด้านต่างๆให้แก่เยาวชนตั้งแต่เด็กๆเพื่อเป็นรากฐานและเป็นนิสัยติดตัวไปตลอดชีวิตจะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาหรือเป็นตัวถ่วงผู้อื่น
เมื่อเรารู้จักรับผิดชอบในงานของตน
ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่า
การขาดความรับผิดชอบของคนเพียงคนเดียวจะส่งผลกระทบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
ยิ่งถ้าเป็นหน่วยงานหรือองค์กรใหญ่ๆ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะมากขึ้นตามลำดับ
เราจึงควรตระหนักอยู่เสมอว่า ความรับผิดชอบคือหัวใจสำคัญที่จะต้องมีอยู่ในตัวของทุกๆคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ยิ่งถ้าหากว่าเรามีหน้าที่หรือตำแหน่งที่ใหญ่โตเราต้องยิ่งตระหนักถึงความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนมากกว่าผู้น้อยหลายร้อยเท่า
เพราะถ้าเราขาดความรับผิดชอบในบทบาทและหน้าที่ของตนแล้วนั้น
ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นคงประเมินค่ามิได้
ความรับผิดชอบจึงเป็นจุดเริ่มต้นลำดับแรกๆที่จะนำพาและบ่มเพาะนิสัยอื่นๆในทางที่ดีให้แก่ผู้ที่รู้จักรับผิดชอบ
ให้เขาประสบความสำเร็จในด้านต่างๆทั้งหน้าที่การงานและชีวิต
ทั้งยังเป็นต้นแบบให้ลูกหลานได้ยึดถือปฏิบัติเป็นแบบอย่างต่อไป
1.เกิดความเสียหายต่อการงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ
2.ไม่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือของสังคม 3.กลายเป็นคนขี้กลัวไม่มั่นใจในตนเอง 4. ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต และหน้าที่การงาน
5. คนที่ขาดความรับผิดชอบ
ย่อมจะไม่ได้รับความไว้วางใจในการทำงานสำคัญใดๆและมักจะได้รับคำตำหนิในการทำงาน
6. คนที่ขาดความรับผิดชอบ จะเป็นคนเฉื่อยชาไม่สามารถแก้ไขอุปสรรคใดๆได้
ต้องพึ่งผู้อื่นอยู่เสมอ กลายเป็นคนไม่มีความสามารถ
และไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
7. คนที่ขาดความรับผิดชอบ มักจะทำงานใดๆไม่บรรลุจุดหมาย ไม่ทันเวลา
8. คนที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าในสังคม
ทำให้สังคมวุ่นวายไม่เรียบร้อย ไม่มีระเบียบ
|
8.5 การดำเนินการตามโครงการ
การดำเนินการตามโครงการ
เป็นการดำเนินงานหลังจากที่โครงการได้รับ
ความเห็นชอบ หรืออนุมัติให้ดำเนินการตามโครงการที่เขียนเสนอไว้ โดยดำเนินงานให้เป็นไป
ตามแนวทางการดำเนินงาน หรือ วิธีดำเนินการ หรือ กิจกรรมที่เขียนไว้ในโครงการ
ซึ่งควร ดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนงาน ขั้นตอนที่เขียนไว้ เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด
โดยคำนึงถึง ผลที่ควรเกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่กำหนดไว้ ทั้งนี้การดำเนินการตามโครงการ
ควรมีขั้นตอน ดังนี้
1.
ดำเนินการทบทวน หรือทำความเข้าใจรายละเอียดที่เขียนไว้ในโครงการ ที่ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินการ
โดยการมีส่วนร่วมของผู้รับผิดชอบโครงการ หรือผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง
เพื่อการสร้างความเข้าใจก่อนการดำเนินการ
2.
ให้ผู้รับผิดชอบโครงการ ดำเนินการตามวิธีดำเนินการ
หรือกิจกรรมที่ปรากฏ อยู่ในโครงการที่ได้รับอนุมัติโดยคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะได้รับ
ซึ่งควรสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของโครงการ
3.
เมื่อดำเนินการตามโครงการเสร็จสิ้นแล้ว ควรจัดให้มีการประเมินผล การดำเนินการโครงการตามรูปแบบ
หรือแนวทางที่กำหนดไว้ในโครงการ
4.
เมื่อประเมินผลการดำเนินการ เสร็จเรียนร้อยแล้ว
ให้ผู้รับผิดชอบโครงการ จัดทำรายงานผลการดำเนินการโครงการเสนอต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
หรือผู้อนุมัติโครงการต่อไป
2.2 ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับคณะลูกเสือแห่งชาติ
คณะลูกเสือแห่งชาติ
คณะลูกเสือแห่งชาติ
ประกอบด้วย บรรดาลูกเสือทั้งปวง และบุคลากรทางการลูกเสือ โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ
ลูกเสือ หมายความว่า
เด็กและเยาวชนทั้งชายและหญิง ที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษา
ส่วนลูกเสือที่เป็นหญิง ให้เรียกว่า “เนตรนารี”
บรรดาลูกเสือทั้งปวง หมายถึง ลูกเสือในโรงเรียน
ลูกเสือนอกโรงเรียน ลูกเสือ
หลักสูตรพิเศษ ลูกเสือชาวบ้าน
ลูกเสือในโรงเรียน
หมายถึง เยาวชนที่สมัครเข้าเป็นลูกเสือในกองลูกเสือโรงเรียน
ได้แก่ ลูกเสือสารอง ลูกเสือสามัญ ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ และลูกเสือวิสามัญ
ลูกเสือนอกโรงเรียน
หมายถึง เยาวชนที่ไม่ได้สมัครเข้าเป็นลูกเสือในกองลูกเสือ โรงเรียน แต่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมกับลูกเสือในโรงเรียน
และลูกเสือหลักสูตรพิเศษ
ลูกเสือหลักสูตรพิเศษ
หมายถึง ลูกเสือที่สมัครเข้ารับการอบรมในหลักสูตรพิเศษ
ต่าง ๆ เช่น ลูกเสือช่อสะอาด ลูกเสือป่าไม้ ลูกเสือจราจร ลูกเสือป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ลูกเสืออาสา กกต. ลูกเสือไซเบอร์ ลูกเสืออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ฯลฯ
ลูกเสือชาวบ้าน หมายถึง
กลุ่มชาวบ้านที่มารวมกันเพื่อทาประโยชน์ให้แก่สังคม ผ่านกระบวนการลูกเสือ โดยที่มีการทางานหรือการเข้าค่ายต่าง
ๆ คล้ายกับลูกเสือในโรงเรียน ลูกเสือชาวบ้าน เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 โดยตำรวจตระเวนชายแดนได้ฝึกอบรมให้ชาวบ้าน
รู้จักดูแลความปลอดภัยในหมู่บ้าน การป้องกันตนเอง ตลอดจนการสอดแนมรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน
บุคลากรทางการลูกเสือ
หมายความว่า ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ผู้ตรวจการลูกเสือ กรรมการลูกเสือ อาสาสมัครลูกเสือ
และเจ้าหน้าที่ลูกเสือ
การบริหารงานของคณะลูกเสือแห่งชาติ ประกอบด้วย
2.2.1 สภาลูกเสือไทย ประกอบด้วยคณะบุคคล
ดังต่อไปนี้
1. นายกรัฐมนตรี เป็น สภานายก
2. รองนายกรัฐมนตรี เป็น อุปนายก
3. กรรมการโดยตาแหน่ง ได้แก่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงกลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก
ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตารวจแห่งชาติ เลขาธิการสภาการศึกษาเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการสภากาชาดไทย
อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้อานวยการศูนย์ปฏิบัติการลูกเสือชาวบ้าน
4. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจานวนไม่เกินแปดสิบคน
ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามพระราชอัธยาศัย
ให้เลขาธิการสานักงานลูกเสือแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ รองเลขาธิการและผู้ช่วยเลขาธิการสานักงานลูกเสือแห่งชาติ
เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
สภาลูกเสือไทย อาจมีสภานายกกิตติมศักดิ์ อุปนายกกิตติมศักดิ์ และกรรมการกิตติมศักดิ์
ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ อีกครั้ง
2.2.2 คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ เป็นองค์กรบริหารของคณะลูกเสือแห่งชาติ
ประกอบด้วยคณะบุคคล ดังต่อไปนี้
1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เป็น ประธานกรรมการ
การลูกเสือในสถานศึกษา
การลูกเสือในสถานศึกษา มีการจัดหน่วยลูกเสือ ดังนี้
1. กลุ่มลูกเสือ
2. กองลูกเสือ
3. หมู่ลูกเสือ
1. กลุ่มลูกเสือ ประกอบด้วยลูกเสือ 4 ประเภท คือ กองลูกเสือสารองกองลูกเสือสามัญ
กองลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ และกองลูกเสือวิสามัญ ประเภทละ 1 กอง เป็นอย่างน้อย แต่ถ้าสถานศึกษาแห่งใดมีลูกเสือเพียงประเภทเดียว การจัดกลุ่มลูกเสือต้องมี
กองลูกเสือประเภทนั้นอย่างน้อย 4 กองขึ้นไป หรือ ถ้ามีกองลูกเสืออย่างน้อย
2 –3 ประเภท การจัดกลุ่มลูกเสือต้องมีประเภทละ 2 กอง ขึ้นไป ผู้รับผิดชอบกลุ่มลูกเสือ คือ ผู้กากับกลุ่มลูกเสือ และรองผู้กากับกลุ่มลูกเสือ
2. กองลูกเสือ ผู้รับผิดชอบกองลูกเสือ
คือ ผู้กากับกองลูกเสือ และรองผู้กากับกองลูกเสือ
3. หมู่ลูกเสือ ประกอบด้วยลูกเสือ
จานวน 4 –6 คน หรือ 6 –8 คน
(รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ลูกเสือ) ผู้รับผิดชอบหมู่ลูกเสือ คือ นายหมู่ลูกเสือ และรอง นายหมู่ลูกเสือ การเรียกชื่อหมู่ลูกเสือ
กศน. ให้เรียกเป็นหมู่เลข เช่น
(รวมทั้งนายหมู่และรองนายหมู่ลูกเสือ) ผู้รับผิดชอบหมู่ลูกเสือ คือ นายหมู่ลูกเสือ และรอง นายหมู่ลูกเสือ การเรียกชื่อหมู่ลูกเสือ
กศน. ให้เรียกเป็นหมู่เลข เช่น
หมู่ 1 กอง 1....หมู่ 2 กอง
1....หมู่ 3 กอง 1....หมู่
4 กอง 1....
หมู่ 1 กอง 2....หมู่ 2 กอง
2....หมู่ 3 กอง 2....หมู่
4 กอง 2....
หมู่ 1 กอง 3....หมู่ 2 กอง
3....หมู่ 3 กอง 3....หมู่
4 กอง 3....
หมู่ 1 กอง 4....หมู่ 2 กอง
4....หมู่ 3 กอง 4....หมู่
4 กอง 4....
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


